Questions |
Answers |
Q1.Micro-Nice® D-5 คืออะไร? |
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ ป้องกันการเกิดตะกรัน ในระบบน้ำหล่อเย็น โดยการทำให้สารละลายต่างๆ ( TDS = Total Dissolved Solid ) ที่อยู่ในน้ำไม่ไปเกิดการรวมตัวกันอันจะนำไปสู่การเกิดเป็นผลึก
ของสารละลาย ที่จะไปเกาะติดกับพื้นผิวของระบบน้ำหล่อเย็น จนกลายเป็นตะกรันแข็งในที่สุด และจะทำการกำจัดตะกรันเก่า ที่สะสมอยู่ในระบบ ให้หลุดร่อนออกจากพื้นผิว และในท่อต่างๆของระบบ |
Q2.ใช้ Micro-Nice® D-5 อย่างไร
(โดยเฉพาะระบบที่ใช้สารเคมีอื่นๆอยู่)? |
ในกรณีใช้สารเคมีอื่นในการไปกัดตะกรันอยู่ ให้หยุดการใช้สารเคมีนั้น แล้วเริ่มใช้ Micro-Nice® D-5 ได้เลยไม่ต้องถ่ายน้ำทิ้งก่อนเริ่มใช้ Micro-Nice® D-5 โดยที่คำนวณจากปริมาณน้ำในระบบว่ามีจำนวนเท่าใด (คิดเป็นลูกบาศก์เมตร) ใช้ Micro-Nice® D-5 จำนวน 1/2 ลิตร ต่อน้ำ 1 ลูกบาศก์เมตร หรือ จำนวนน้ำทั้งหมด (ลูกบาศก์เมตร) คูณด้วย 1/2 จะได้ผลลัพธ์เป็นปริมาณลิตรของ Micro-Nice® D-5 ที่ใช้ สำหรับ Cooling Set นี้ ต่อเดือน ( ใช้ Micro-Nice® D-5 1/2 ลิตร หรือ 500 ซีซี ต่อ น้ำในระบบ 1 ลูกบาศก์เมตร ) |
Q3.การเติม Micro-Nice® D-5 ลงในระบบน้ำหล่อเย็นจะทำอย่างไร |
เมื่อคำนวณปริมาณของ ได้แล้ว จะเติมได้ 2 แบบ คือ
- เติมอาทิตย์ละ 1 ครั้ง โดยคิดจากปริมาณ
Micro-Nice® D-5 ทั้งหมดที่จะใช้ ใน 1 เดือน
หารด้วย 4 จะได้เป็นปริมาณ
Micro-Nice® D-5 ที่เติมต่ออาทิตย์
- เติมทุกวันโดยคิดจากปริมาณ Micro-Nice® D-5
ที่ใช้ ใน 1 เดือน
หารด้วย 30 จะได้ปริมาณ Micro-Nice® D-5ที่เติมในแต่ละวัน
ข้อแนะนำวิธีเลือกเติม Micro-Nice® D-5 ว่าจะใช้แบบ ข้อ 1 หรือ ข้อ 2
ให้พิจารณาจากปริมาณน้ำที่สูญเสียในแต่ละวันว่ามี
การสูญเสียมากน้อยเพียงใด ถ้ามีการสูญเสียน้ำ เปรียบเทียบกับปริมาณน้ำทั้งหมดในระบบเกิน 20 %
แนะนำให้ใช้วิธีเติม D-5 แบบข้อ 2 คือเติมทุกวัน
ถ้าสูญเสียน้ำในแต่ละวันไม่มากกว่า 20 % แนะนำให้เติม 1 ครั้งต่ออาทิตย์ |
Q4.เมื่อเริ่มใช้ Micro-Nice® D-5
แล้ว จะต้องดูแลระบบ Cooling อย่างไร |
-ในกรณี ระบบ น้ำหล่อเย็นเก่า
A.การใช้ Micro-Nice® D-5 จะพบว่าค่าการนำไฟฟ้า (Conductivity) และค่ารวมของสารละลายในระบบ
(TDS = Total Dissolved Solid) จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
อันเนื่องจากการทำงานของ Micro-Nice® D-5 ที่ไปล้างตะกรันเก่าที่เกาะสะสมติดอยู่กับพื้นผิวและ
ตามท่อในระบบ ค่อย ๆ หลุดออกมาตลอดเวลา จึงทำให้ค่า Conductivity และ TDS สูงอย่างต่อเนื่อง จะเป็นเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่า ตะกรันเก่าที่สะสมอยู่ในระบบออกมาอยู่ในน้ำจนหมด
จะเห็นได้ว่าการตรวจวิเคราะห์น้ำโดยเฉพาะ Conductivity
และ TDS จะนำมาใช้แปลผลไม่เหมือนกับการใช้สารเคมีเดิม
โดยที่วิธีเคมีเดิม ใช้ค่าทั้ง 2 ในการพิจารณาตัดสินว่า ควรจะถ่ายน้ำออกจากระบบทิ้ง (Blow Down/ Bleed Off )
เมื่อใด แล้วเติมน้ำใหม่เข้าระบบเพื่อเจือจางค่าสารละลาย ให้เจือจางลง เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดตะกรัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าค่าใช้จ่ายในการถ่ายน้ำทิ้งและเติมน้ำใหม
่ตลอดเวลา จะเป็นค่าใช้จ่าย ที่สูงมากและบางที่สูงกว่าค่าสารเคมีด้วย
แต่สำหรับการใช้ Micro-Nice® D-5 ค่าวิเคราะห์ทั้ง 2 แบบ นำมาใช้ในการดูผลการทำงานของ Micro-Nice®
D-5 ว่าทำงานอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่
การที่ Conductivity และ TDS สูงขึ้นมาบางครั้งเราอาจจะคิดว่าน้ำในระบบจะสกปรกมาก จริงที่น้ำในระบบจะมีค่าสารละลายสูง แต่เนื่องจากการทำงานของ
Micro-Nice® D-5 ในคุณสมบัติการป้องกันการเกาะของสารละลายกับพื้นผิว คือการล้างเมือก (Scum / Bio-film) ที่เกิดบนพื้นผิว ทำให้พื้นผิวสะอาด ตลอดเวลา การเกาะติดของสารละลายซึ่งอาจพัฒนาไปสู่การเกิดผลึก ของสารละลายจนกลายเป็นตะกรันแข็ง เป็นไปได้ยากอีกทั้ง
Micro-Nice® D-5 ยังมีคุณสมบัติในการลดประจุไฟฟ้า
( Anti-Static ) จึงทำให้ สารละลายทั้งหมด ( TDS ) เหล่านั้นไม่สามารถจับตัวกัน จนกลายเป็นตะกรันแข็งในที่สุด โดยรวมของ
Micro-Nice® D-5 คือสามารถป้องกันการเกิดใหม่ของตะกรันได้ตลอดเวลา.
-ในกรณี Cooling ที่ติดตั้งใหม่
-For cooling system the has just been installed
สามารถใช้ Micro-Nice® D-5 ได้เลย เมื่อครบ 1 – 2 เดือน
ไม่จำเป็นต้องปิดระบบเพื่อล้างตะกรันที่สะสมอยู่ก่อน
ควรใช้ Micro-Nice® D-5 เป็นประจำตลอดไป
เพื่อป้องกันการเกิดตะกรันในระบบน้ำหล่อเย็นตลอดไป
และจะทำให้การทำงานของระบบมีประสิทธิภาพสมบูรณ์ |
Q5. เมื่อใช้ Micro-Nice® D-5 แล้วต้องตรวจวิเคราะห์น้ำเหมือน
การใช้สารเคมีเดิมหรือไม่ |
การใช้ Micro-Nice® D-5 จะพบว่าค่าการนำไฟฟ้า (Conductivity) และค่ารวมของสารละลายในระบบ
(TDS = Total Dissolved Solid) จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ อันเนื่องจากการทำงานของ Micro-Nice® D-5 ที่ไปล้างตะกรันเก่าที่เกาะสะสมติดอยู่กับพื้นผิวและ
ตามท่อในระบบ ค่อย ๆ หลุดออกมาตลอดเวลา จึงทำให้ค่า Conductivity และ TDS สูงอย่างต่อเนื่อง จะเป็นเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่า ตะกรันเก่าที่สะสมอยู่ในระบบออกมาอยู่ในน้ำจนหมด
จะเห็นได้ว่าการตรวจวิเคราะห์น้ำโดยเฉพาะ Conductivity และ TDS จะนำมาใช้แปลผลไม่เหมือนกับการใช้สารเคมีเดิม
โดยที่วิธีเคมีเดิม ใช้ค่าทั้ง 2 ในการพิจารณาตัดสินว่า ควรจะถ่ายน้ำออกจากระบบทิ้ง (Blow Down/ Bleed Off) เมื่อใด แล้วเติมน้ำใหม่เข้าระบบเพื่อเจือจางค่าสารละลาย ให้เจือจางลง เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดตะกรัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าค่าใช้จ่ายในการถ่ายน้ำทิ้งและเติมน้ำใหม่
ตลอดเวลา จะเป็นค่าใช้จ่าย ที่สูงมากและบางที่สูงกว่าค่าสารเคมีด้วย
แต่สำหรับการใช้ Micro-Nice® D-5 ค่าวิเคราะห์ทั้ง 2 แบบ นำมาใช้ในการดูผลการทำงานของ Micro-Nice® D-5 ว่าทำงานอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่
การที่ Conductivity และ TDS สูงขึ้นมาบางครั้งเราอาจจะคิดว่าน้ำในระบบจะสกปรกมาก จริงที่น้ำในระบบจะมีค่าสารละลายสูง แต่เนื่องจากการทำงานของ
Micro-Nice® D-5 ในคุณสมบัติการป้องกันการเกาะของสารละลายกับพื้นผิว คือการล้างเมือก (Scum / Bio-film) ที่เกิดบนพื้นผิว ทำให้พื้นผิวสะอาด ตลอดเวลา การเกาะติดของสารละลายซึ่งอาจพัฒนาไปสู่การเกิดผลึก ของสารละลายจนกลายเป็นตะกรันแข็ง เป็นไปได้ยากอีกทั้ง
Micro-Nice® D-5 ยังมีคุณสมบัติในการลดประจุไฟฟ้า ( Anti-Static ) จึงทำให้ สารละลายทั้งหมด ( TDS ) เหล่านั้นไม่สามารถจับตัวกัน จนกลายเป็นตะกรันแข็งในที่สุด โดยรวมของ Micro-Nice® D-5 คือสามารถป้องกันการเกิดใหม่ของตะกรันได้ตลอดเวลา |
Q6.ค่า Conductivity และ TDS จะสูงไปนานแค่ไหน เมื่อใช้
Micro-Nice® D-5 |
ขึ้นอยู่กับระบบน้ำหล่อเย็นว่าใช้งานมานานแค่ไหน
หรือระบบใหญ่แค่ไหน ซึ่งยังคงใช้งานมานาน ค่า TDS และ
Conductivity จะสูงอยู่นานหลายเดือน หรืออาจเป็นปี |
Q7.เราจะจัดการอย่างไรกับสารละลาย TDS ที่สูงอยู่ในระบบน้ำหล่อเย็น หรือเศษของตะกรัน ที่หลุดออก
จากพื้นผิวมาอยู่ในน้ำ |
สำหรับระบบที่ใช้ Micro-Nice® D-5
เราแนะนำให้ติดตั้งระบบกรองน้ำอย่างง่าย ๆ เพื่อกรองเอาตะกอน สารละลาย และเศษตะกรัน ออกจากน้ำของระบบ วิธีนี้แนะนำให้ติดตั้งเครื่องกรองตรงส่วนที่เคยเป็นท่อถ่ายน้ำทิ้ง (Blow Down) เพื่อเอาน้ำที่เคย Blow Down ทิ้งแล้วผ่านการกรอง นำน้ำนี้กลับไปใช้ได้
ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ เมื่อใช้ Micro-Nice® D-5 แล้วจะสามารถหยุดการถ่ายน้ำทิ้ง (Blow Down)เป็นการรีไซเคิลน้ำกลับมาใช้ใหม่ เป็นการประหยัดน้ำอย่างมาก |
Q8.เมื่อค่า TDS และ Conductivity สูงจากการใช้ Micro-Nice® D-5 ทำให้เกิดการกัดกร่อนของท่อโลหะ
หรือไม่ |
ในขบวนการกัดกร่อนของโลหะ ที่จะเกิดในระบบน้ำหล่อเย็นนั้น คือการเกิดความต่าง
ศักย์ของไฟฟ้าบนพื้นผิว ซึ่งปกติจะเกิดจากการจับตัวของสารละลายที่รวมตัวกันเป็น
ตะกรัน เมื่อเกิดตะกรันที่จุด ๆ หนึ่ง ย่อมนำไปสู่การเกิดความต่างศักย์กับอีกจุดหนึ่ง บน
พื้นผิวทำให้มีกระแสอิเล็คตรอน ( e- ) วิ่งที่พื้นผิว ซึ่งสาเหตุนี้จะก่อให้เกิดการกัดกร่อนได้
แต่เมื่อ Micro-Nice® D-5 ป้องกันไม่ให้มีการเกาะตัวของสารละลายบนพื้นผิว ดังนั้นใน
พื้นผิวโลหะของระบบ จะไม่เกิดความแตกต่างของศักย์ไฟฟ้า การไหลเวียนของ
อิเล็คตรอน ( e- ) ย่อมไม่เกิด ดังนั้น Micro-Nice® D-5 จะไม่ก่อให้เกิดการกัดกร่อน แต่ดู
เหมือนว่าป้องกันการกัดกร่อนด้วยซ้ำไป
Micro-Nice® D-5 ได้รับการทดสอบจากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ
( National Metal and Materials Technology Center ) แล้ว ค่า Corrosive Rate จากรายงาน (ดูเอกสารแนบ) ซึ่งถือว่าผลค่อนข้างดีมาก หรือพูดได้ว่า Micro-Nice® D-5 ไม่ไปกัดกร่อนวัสดุที่อยู่ในระบบน้ำหล่อเย็นใดๆเลย |
Q9.เมื่อใช้ Micro-Nice® D-5 แล้ว สารเคมีที่ใช้กำจัด เมือก สาหร่าย และเชื้อโรค ยังจำเป็นต้องใช้หรือไม่ |
สำหรับเรื่องเมือก ( Scum or Bio-film )) โดยปรกติในน้ำจะมี
สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าสัตว์หรือพืช ที่เป็น เซลล์เดียว เช่น จุลินทรีย์
( micro-organism ) หรือสาหร่าย(Algae) สิ่งมีชีวิตพวกนี้จะทำให้
เกิด เมือก ( Scum or Bio-film ) Micro-Nice® D-5 จะช่วยล้างทำความสะอาดพื้นผิวให้สะอาด ทำให้โอกาสที่สิ่งมีชีวิต
เช่น จุลินทรีย์ ( micro-organism )หรือสาหร่าย (Algae) ที่ไม่สามารถเกาะอยู่กับพื้นผิวเพื่อการเจริญเติบโต เติบโตได้
หรือทำให้เจริญเติบโตได้ช้าลงมาก ดังนั้นการใส่สารฆ่าตะไคร่จึงไม่จำเป็นต้องใส่ แต่หากต้องการใส่ก็สามารถใส่ได้ โดยไม่มีผลกับการทำงานของ
Micro-Nice® D-5
สำหรับส่วนที่มีสาหร่าย (Algae) อยู่ในระบบอยู่แล้ว การล้างทำความสะอาดเมื่อใช้
Micro-Nice® D-5 ครบ 1 หรือ 2 เดือนผ่านไปตามคำแนะนำว่าควรปิดระบบ
เพื่อทำการล้างนั้น ก็เท่ากับเป็นการกำจัด เซลล์สาหร่าย ที่มีอยู่ในระบบเก่าออก
ไปได้เกือบหมด น้ำจะสะอาดขึ้นเรื่อย ๆ
ส่วนการฆ่าเชื้อก็เช่นกัน จะใส่สารฆ่าเชื้อหรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้ใช้แต่ละที่
( เชื้อโรคที่สำคัญในระบบ Cooling คือ เชื้อ Legionella ) เชื้อโรคชนิดนี้จะโตได้ช้ามากเมื่อไม่สามารถเกาะติด
กับพื้นผิวของระบบและไม่สามารถรวมตัวกันเป็น Bio-film
ได้ อีกทั้งยังฆ่าได้ง่าย ในสภาพที่เชื้อแขวนลอยอยู่ในน้ำ
แต่หาก Cooling ที่มีกฎของบริษัทนั้น ๆ บังคับให้ใส่สารเคมี
สำหรับฆ่าเชื้อ Legionellaก็สามารถใส่ได้ และจะไม่มีผลรบกวนการทำงานของ Micro-Nice® D-5 |
Q10.ในกรณี Cooling ใช้น้ำ Soft จะทำอย่างไร |
Micro-Nice® D-5 สามารถใช้กับน้ำได้ทุกชนิด
ไม่จำเป็นต้องทำการ Soft ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก |
Q11. Micro-Nice® D-5 สามารถทนอุณหภูมิสูงได้แค่ไหน |
อุณหภูมิในระบบน้ำหล่อเย็นจะสูงไม่เกิน 100 ®C ซึ่ง
Micro-Nice® D-5 สามารถทนได้
(Micro-Nice® D-5 Products จะทำงานดียิ่งขึ้น
เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น) |
Q12.ในกรณีที่ Cooling ไม่เคยใช้สารเคมีใด ๆ เลย ใช้น้ำประปาอย่างเดียว ถ้ามาใช้
Micro-Nice® D-5 ย่อมมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น |
ในกรณีนี้ ลูกค้ากลุ่มนี้ จะมีการถ่ายน้ำบ่อยมากอาจทุก
1 – 2 สัปดาห์ ค่าน้ำเท่าใด หรือการเปลี่ยนอุปกรณ์ของ
Cooling เช่น Fillerบ่อยแค่ไหน. |
| Q13. เราจะทดสอบได้อย่างไรว่า Micro-Nice® D-5 ยังมีอยู่ในระบบ |
ปริมาณที่ใช้ Micro-Nice® D-5 น้อยมาก คือ 500 ppm.
เท่ากับ 0.05 % ของน้ำในระบบ ต่อเดือน ซึ่งเครื่องมือที่จะใช้ทดสอบได้จะต้องมีความไวสูงมาก และราคาค่อนข้างแพง จึงจะทดสอบได้ ดังนั้น จึงแนะนำให้คอยดูแลการเติม Micro-Nice® D-5 ลงในระบบอย่างสม่ำเสมอ เช่น เติมทุกสัปดาห์ หรือทุกวัน
ตามคำแนะนำ เพราะ Micro-Nice® D-5 จะไม่สูญหายไปเนื่องจากอายุของมัน |
| Q14. Micro-Nice® D-5 เป็นผลิตภัณฑ์ เพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร |
เนื่องจาก Micro-Nice® D-5 เมื่ออยู่ในธรรมชาติที่มีจุลินทรีย์ที่พอเหมาะ จะถูกย่อยสลาย
ประมาณ 90 % (ดูเอกสารแนบ) ดังนั้น น้ำที่มีอยู่เมื่อมีการปิดระบบเพื่อทำการล้าง (ซึ่งในการปิดล้างนี้ไม่จำเป็นต้องนำเอาเคมีชนิดใดๆมาก
เป็นตัวช่วยล้างก็ไม่จำเป็นต้องบำบัดน้ำก่อนที่จะปล่อยน้ำทิ้ง
สู่สาธารณะ เหมือนการใช้เคมี ทั่วไป |